วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วิจัยบทที่ 1

 บทที่ 1

ความสำคัญและที่มาของปัญหา

        ความคิดสร้างสรรค์ คือ ความสามารถทางความคิดของมนุษย์ที่แปลกใหม่จากเดิม มีหลากหลายรูปแบบหลายแง่มุมที่กว้างไกลโดยไร้กรอบและขอบเขต เพื่อสรรค์สร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนหรือต่อยอดจากสิ่งที่แต่เดิมที่มีอยู่แล้วให้พัฒนาต่อไปได้ในทิศทางที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และช่วยส่งเสริมให้เกิดความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ความคิดสร้างสรรค์ยังมีความสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ดังนั้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ควรเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์และกระทำอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วง 6 ปีแรกของชีวิต ( เบญจกาญจน์  ใส่ละม้าย 2558 : 2) ความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถทางการใช้สมองและเป็นความต้องการสูงสุดของมนุษย์ เป็นทักษะที่ควรมีอยู่ในบุคคลทุกคนและสามารถที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นได้ในตัวบุคคลทุกคน โดยอาศัยการเรียนรู้และการจัดบรรยากาศที่เอื้ออำนวย ถ้าได้ฝึกบ่อย ๆ ความคิดสร้างสรรค์จะดีขึ้น (Gale. 1988: 24; อ้างถึงใน อารี พันธ์มณี. 2544: 1) หากเด็กได้รับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เด็กตั้งแต่เยาว์วัยได้เท่าใดยิ่งจะเป็นผลดีเท่านั้น เพราะสิ่งแวดล้อมในระยะเริ่มต้นของชีวิตีความหมายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งกระบวนการพัฒนาในตอนนี้จะเป็นส่วนที่ถาวร และมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการด้านสติปัญญาในเวลาต่อมา แต่ถ้าไม่ได้รับการเอาใจใส่ตั้งแต่เยาว์วัย หรือไม่มีโอกาสฝึกฝนและขาดโอกาสที่จะแสดงออก ความสามารถด้านนี้ก็จะลดหายไปทีละน้อยไม่พัฒนาหรืออาจจะหยุดชะงักลงได้เช่นกัน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุข และเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดยความร่วมมือ ระหว่างสถานศึกษาพ่อ แม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560, หน้า 13) และในด้านความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสังคม เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นความสามารถของมนุษย์ในการจินตนาการและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทั้งในด้านผลผลิต รวมถึงกระบวนการแก้ปัญหาที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์และจรรโลงสังคม ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ในวงการศึกษาจึงถือว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ ( ชาญรงค์  พรรุ่งโรจน์ 2546 : 44) ในปัจจุบันการคิดเชิงสร้างสรรค์ ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาของประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก เพราะตระหนักถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ ในการยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคน เพราะความคิดสร้างสรรค์ทำให้เกิดความแตกต่าง ซึ่งจะนำไปสู่การสรรสร้างนวัตกรรมในที่สุด ความคิดสร้างสรรค์เป็นคุณลักษณะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน และเป็นเรื่องที่ครูผู้สอนจะต้องให้ความสนใจและต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนทุกคน เนื่องจากเป็นข้อกำหนดหนึ่งที่ผู้เรียนจะต้องมีอยู่ในตัวสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21 (กมล โพธิเย็น, 2562)ความคิดสร้างสรรค์มีความสำคัญต่อการส่งเสริมตัวเด็กให้มีความสมบูรณ์ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เป็นที่มาของลักษณะพึงประสงค์ของเด็กนับตั้งแต่การเป็นผู้มีอารมณ์สุนทรี มองโลกในแง่ดี ใฝ่เรียนรู้ ชอบการค้นคว้าทดลอง มีความคิดริเริ่มภาคภูมิใจและมั่นใจในตนเอง 
ผลกระทบจากการขาดทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของผู้เรียนที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ทำให้ผู้เรียนเกิดปัญหา ซึ่งสาเหตุของการขาดทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้จากวิธีการอบรมเลี้ยงดูที่บังคับ เข้มงวด ลงโทษ และปกป้องเกินควรของผู้ปกครองในปัจจุบัน รวมถึงวิธีการสอนของครูในโรงเรียนและความไม่เข้าใจในหลักการของความคิดสร้างสรรค์ ( อุษณีย์  อนุรุทธ์วงศ์ 2545 : 79 ) และสาเหตุประการสำคัญเกิดจากในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น ตลอดจนในระบบการศึกษาก็ได้มีการจัดการสอนและพัฒนาบุคคลแบบแยกส่วน กล่าวคือ สอนให้มีความรู้และความสามารถเพียงอย่างเดียว เป็นการสอนที่แยกเหตุผลออกจากจินตนาการ สมองและจิตใจทำงานไม่สัมพันธ์กัน จึงทำให้มนุษย์ขาดจิตวิญญาณและความรู้สึกทางสุนทรียะจึงก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมเพิ่มมากขึ้น (วิรุณ ตั้งเจริญ. 2546: 113-115) ตามทฤษฎีของแมคินนอน กล่าวว่าคุณลักษณะของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นผู้ที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีความสามารถในการใช้สมาธิ มีความสามารถในการพินิจวิเคราะห์ ความคิดถี่ถ้วนเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาและมีความสามารถในการสอบสวน ค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างละเอียดกว้างขวาง (Mackinnon : 1960)
ความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาได้หลายวิธีโดยผ่านการทำกิจกรรมศิลปะและดนตรี การคิดและตั้งคำถาม การหาทางแก้ปัญหาที่มากกว่าหนึ่งทาง การเล่นบล็อก เครื่องเล่นปีนป่าย และ ความสัมพันธ์ทางสังคมที่เปิดโอกาสให้กล้าทดลองทำสิ่งต่างๆ ( วิสูตร โพธิ์เงิน, 2561 ) เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในการคิดอย่างสร้างสรรค์ทั้งความคิดริเริ่ม ความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น และความคิดละเอียดลออ (Parnes, & Meadows. 1967) 
เด็กปฐมวัยเป็นวัยที่ไม่อยู่นิ่ง มักจะมีการเคลื่อนไหวทางร่างกายอยู่เสมอ อันเป็นธรรมชาติตามวัยของเด็กปฐมวัยก็เพื่อใช้พลังงานทางกายที่มีอยู่อย่างมากมายเป็นธรรมชาติตามช่วงวัย และเป็นการสะท้อนความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจตามวัยของเด็กออกมาด้วยเช่นกัน (ผศ.ดร.วารุณี สกุลภารักษ์) การนำกิจกรรมโยคะมาบูรณาการและปรับใช้ให้เหมาะกับเด็กปฐมวัยเป็นการจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความน่าสนใจต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆ เช่น ช่วยเด็กในด้านการฝึกสมาธิและช่วยขยายช่วงความสนใจให้ยาวนานยิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัยได้อีกด้วย การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวแบบโยคะที่นำมาจัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวเป็นการฝึกการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆให้มีการทำงานที่สัมพันธ์กัน  และยังส่งเสริมให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับกิจกรรมและท่าที่ได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดสมาธิ  และยังเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายทำให้เด็กเกิดความรู้สึกสนุกสนานซึ่งเป็นการพัฒนาเด็กด้านอารมณ์และจิตใจ ซึ่งมีคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะสามารถพัฒนาเด็กในด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยเด็กจะได้ฝึกการคิด ฝึกจินตนาการซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกายโดยใช้โยคะในช่วงกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะสำหรับเด็กปฐมวัย โดยนำท่าทางโยคะพื้นฐานจำนวน 10 ท่า ประกอบด้วยท่าต้นไม้ ท่าภูเขา ท่าลิง ท่าเต่า ท่ากระต่าย ท่าดอกไม้ ท่าผีเสื้อ ท่างู ท่าตั๊กแตน ท่าสุนัข ร่วมกับอุปกรณ์ เช่น ลูกบอล ห่วงยาง ไม้บล็อก ผสมผสานกับการกำหนดลมหายใจและการจัดแนวของร่างกาย (Body Alignment) โดยเฉพาะการยืดกล้ามเนื้อลำตัว หัวไหล่ สะโพก แขนและขา ที่มุ่งส่งเสริมความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวท่าโยคะเชื่อมโยงกับการฝึกบริหารกายและจิตเพื่อฝึกให้มีสมาธิและส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านอื่น ๆ
การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งอวัยวะภายนอกและภายในทุกส่วนต่างๆ ของร่างกายได้รับการผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส มีความมั่นคง มีความสุขและเสริมสร้างสมาธิเป็นผลให้มีความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการสามารถนำศักยภาพที่มีอยู่ในตัวมาใช้ประโยชน์ 
จากเหตุผลข้างต้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจนำการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะมาจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2 เพื่อให้เด็กมีพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์มีระดับที่สูงขึ้น ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีอิสระทางความคิดเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ต่อไป

ปัญหาการวิจัย
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยใช้รูปแบบโยคะมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์จริงหรือไม่
วัตถุประสงค์การวิจัย
1.เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยใช้รูปแบบโยคะที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย

ประโยชน์ที่ได้รับ
1.เพื่อเป็นแนวทางในการนำแนวคิดการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะไปใช้ในการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่นเพื่อนำไปส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยในด้านต่าง ๆ
2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับการนำแนวความคิดการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

สมมติฐานการวิจัย
หลังจากเด็กปฐมวัยได้รับประสบการณ์จากการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยรูปแบบโยคะทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น

ขอบเขตการวิจัย
            1. ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
    1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย - หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี ระดับชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนเทพวิทยา สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 4 ห้องเรียน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 126 คน
    1.2กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย - หญิง อายุระหว่าง 5 – 6 ปี ระดับชั้นอนุบาล    2 / 3 โรงเรียนเทพวิทยา สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 31 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม ( Cluster Sampling ) 
            2. ขอบเขตด้านตัวแปร 
    ตัวแปรต้น คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยใช้รูปแบบโยคะ
    ตัวแปรตาม คือ ความคิดสร้างสรรค์
            3. ขอบเขตด้านระยะเวลา
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้แผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะสำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 2/3 จำนวน 24 แผน โดยทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ระยะเวลาการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 30 นาที รวมทั้งสิ้น 24 คาบ

นิยามศัพท์เฉพาะ
        1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะโดยใช้รูปแบบโยคะ หมายถึง กิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างอิสระโดยการนำท่าทางโยคะพื้นฐานจำนวน 10 ท่า ประกอบด้วยท่าต้นไม้ ท่าภูเขา ท่าลิง ท่าเต่า ท่ากระต่าย ท่าดอกไม้ ท่าผีเสื้อ ท่างู ท่าตั๊กแตน ท่าสุนัข ร่วมกับอุปกรณ์ เช่น ลูกบอล ห่วงยาง ไม้บล็อก สำหรับเด็กปฐมวัยมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ผสมผสานกับการกำหนดลมหายใจและการจัดแนวของร่างกาย (Body Alignment)  เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหวท่าโยคะเชื่อมโยงกับการฝึกบริหารกายและจิตเพื่อฝึกให้มีสมาธิและส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ และยังช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้จังหวะ และควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวร่างกายโดยใช้โยคะในช่วงกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะสำหรับเด็กปฐมวัยมีลำดับขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3 ขั้นตอน 
        กิจกรรมพื้นฐาน 
        ครูนำเข้าบทเรียนโดยการให้เด็กฝึกการควบคุมลมหายใจเข้า - ออก และยืดหยุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กิจกรรม
        กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
        ในขั้นนี้ครูจะให้เด็กทำท่าทางการเคลื่อนไหวแบบโยคะโดยการใช้ท่าโยคะพื้นฐานสำหรับเด็กปฐมวัยและท่าที่เด็กคิดเอง  โดยอาจเคลื่อนไหวผ่านเรื่องราวที่ครูและเด็กเป็นผู้เล่าเรื่อง หรือให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายโดยใช้ท่าโยคะพื้นฐานตามจังหวะของเสียงเพลง / ดนตรี โดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที
        กิจกรรมผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
        ในขั้นนี้เป็นขั้นที่ให้เด็กได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบต่าง ๆ ให้ปรับคืนสู่สภาวะปกติ ด้วยการบีบ นวดส่วนต่าง ๆของร่างกาย และกำหนดลมหายใจเข้าและออกอย่างช้า ๆ
        2. ความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความคิดในการหาหนทางในการทำสิ่งใหม่ ๆ โดยมีสิ่งเร้าเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความคิดใหม่ต่อเนื่องกันไป โดยมีความเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของความรู้และประสบการณ์ มี 3 ลักษณะ คือ ความคิดคล่องตัว ความคิดริเริ่ม และความคิดละเอียดละออ
        3. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กชายและเด็กหญิงตั้งแต่อายุ 5 – 6 ปีนักเรียนชั้นอนุบาล 2/3 โรงเรียนเทพวิทยาจำนวน  31 คน แบ่งเป็นเด็กชาย 14 คนและเด็กหญิง 17 คน














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

- Week 17 -

   วันที่ 26 - 27 เมษายน 2564   🍏 งานชิ้นที่ 1 🍏 เขียนตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์ที่ใช้ในงานวิจัย และเครื่องมือการวัดและประเมินผล